Story of TEKKEN (Part 3) เพื่อหยุดสายเลือดจึงต้องก่อสงคราม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Story of TEKKEN (Part 3) เพื่อหยุดสายเลือดจึงต้องก่อสงคราม

ตั้งหัวข้อ by Nopphumz on Sun Aug 23, 2015 7:37 am







 เอาล่ะครับ ในที่สุดก็มาถึง Part 3 ซะที หลังจากเก็บข้อมูลมานานมาก บวกอารมณ์ขี้เกียจของผมนิดๆ ด้วย ฮ่ะๆๆ เราจะมาต่อกับเนื้อเรื่องTEKKEN กันต่อเลยนะครับ โดยคราวนี้จะเป็น Part ที่รวมเนื้อเรื่องทั้งหมดของภาค 6 เน้นๆ เนื้อหาอาจจะไม่ตรงกับเกมส์โดยตรงบ้าง แต่จะไม่ทำให้เนื้อเรื่องหลุดไปจากเดิมครับ


TEKKEN 6
Part I – พลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง “การประกาศสงครามของจิน”
“ さあ。。。 力こそ全てだ  ”
“ พลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างนั้นสินะ . . . ”

        จากศึกกำปั้นเหล็กครั้งที่ 5 เราได้ทราบกันแล้วว่าผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ คือ คาซามะ จิน ซึ่งนั่นทำให้ จิน เป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของกลุ่มกองทุนมิชิม่า

        ปี 2009 (31 มกราคม) … 1 วันหลังจากที่จินปราบ มิชิม่า จินปาชิลง จินได้เป็นประธานใหญ่ของตระกูลมิชิม่า และมีอำนาจสั่งการทุกอย่างของตระกูล เขาได้เริ่มเปลี่ยนระบบโครงสร้างของบริษัทและเปลี่ยนหน่วย Tekken Force ให้กลายเป็นหน่วยสายลับ ทำให้ผู้คนต่างสงสัยที่จินจู่ๆก็เปลี่ยนทัศนวิสัยของตนเองแล้วนำองค์กรไปสู่ด้านมืด … โลกเกิดสถานการณ์ตึงเครียดและเตรียมพร้อมเปิดฉากสงครามอย่างเต็มรูปแบบ

        1 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม … สงครามยังคงดำเนินต่อไป โดยกลุ่มกองทุนมิชิม่าได้แยกตนเองออกมาประเทศอิสระ ไม่เข้าฝักใฝ่ฝ่ายใดทั้งสิ้นและประกาศสงครามกับทั่วโลก ด้วยเหตุผลที่ต้องการจะ “ครอบครองโลกเป็นของตนเอง” กลุ่มกองทุนมิชิม่าได้ยึดทั้ง โคโลนี่บนอวกาศ, คลังน้ำมัน และทรัพยากรอื่นๆ (หนึ่งในนั้นคือธุรกิจน้ำมัน พ่อของลิลี่) ประเทศที่ทำสงครามกับเครือมิชิม่า ก็สูญเสียกำลังทหารและทรัพยาการไปจำนวนมาก ทำให้หลายประเทศที่ทำสงครามต่างยอมยอมแพ้กับกลุ่มกองทุนมิชิม่าแต่โดยดี เพราะไม่สามารถที่จะเอาชนะกับกองกำลังหทารและทรัพยากรได้

        แต่อย่างไรก็ตาม สงครามนี้ก็มีกลุ่มที่ต่อต้านกลุ่มกองทุนมิชิม่า เช่นเดียวกัน  โดยผู้นำการต่อต้านครั้งนี้ คือ บริษัท จี คอเปอเรชั่น นำโดย “มิชิม่า คาซึย่า” โดยในช่วงศึกกำปั้นเหล็กครั้งที่ 5 คาซึย่าได้ตามหาผู้ที่หักหลัง (คนๆนั้นคือผู้บริหารระดับสูง ของ จี คอเปอเรชั่น ที่ส่ง Jack-4 มาฆ่าทั้งเฮฮาจิและคาซึย่า ในตอนต้นของภาค 5) และสังหารคนๆนั้นสำเร็จ ทำให้คาซึย่านั้น มีอำนาจและกลายเป็นผู้ที่คอยคุมบริษัท จี คอเปอเรชั่นอยู่เบื้องหลัง

        จากการที่จินประกาศสงครามกับทั่วโลกนั้น ทำให้คาซึย่าไม่พอใจมาก เพราะคาซึย่าไม่ยอมรับที่จินจะเป็นผู้นำของโลก (แต่โลกต้องเป็นเขาเองเท่านั้น) ดังนั้นเขาจึงส่งกำลังทหารต่อสู้กับกลุ่มกองทุนมิชิม่าอย่างกล้าหาญ โดยการกระทำดังกล่าวนี้ ทำให้ทั้งโลกต่างชื่นชมใน จี คอเปอเรชั่น ว่าเป็นการกระทำอย่างวีรบุรุษที่ลุกขึ้นมาสู้อย่างไม่มีความเกรงกลัวใดๆ นอกจากนี้ ด้วยผลของชื่อเสียงที่ดีขึ้นของ จี คอเปอเรชั่น  … คาซึย่า ได้ประกาศค่าหัวของ จิน สำหรับใครที่จับเป็นเขากลับมาให้ทาง จี คอเปอเรชั่น โดยจะเป็นรางวัลที่มีมูลค่าสูงมาก ถ้าพวกเขาสามารถจับจินได้สำเร็จ
        ทางฝ่ายจินที่พอทราบว่า คาซึย่าได้ตั้งค่าหัวตนไว้ ซึ่งเป็นไปตามแผนของตน จินจึงรีบจัดแข่ง “The King of Iron Fist Tournament 6” หรือ “ศึกกำปั้นเหล็ก ครั้งที่ 6” ขึ้นมาทันที เพื่อที่จะล่อให้นักสู้หลายคนนั้นเข้าหาตัวจินได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมกำจัดผู้ที่ขวางทางเขาในคราเดียว
        15 พฤษภาคม 2009 … ศึกกำปั้นเหล็กครั้งที่ 6 ได้เปิดให้เหล่านักสู้กลับสู่สังเวียนอีกครั้ง …



Part II – ชายหนุ่มผู้ต้องการหาความจริง “การหักหลังของลาส์”
        15 พฤษภาคม 2009 … ขณะที่การแข่งขันศึกกำปั้นเหล็กครั้งที่ 6 กำลังจะทำการแข่งขัน … มีหน่วยทหาร Tekken Force กลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการที่จินประกาศสงคราม รวมไปถึง จี คอเปอเรชั่น ที่ทำสงครามกับกลุ่มกองทุนมิชิม่า ทำให้ทั้งโลกเกิดการโกลาหล … ผู้นำทัพหนุ่ม “ลาส์ อเล็กซ์แอนเดอร์สัน” ตัดสินใจที่นำกองกำลัง Tekken Force กลุ่มหนึ่ง ทำการก่อกบฏกับกลุ่มกองทุนมิชิม่า และพยายามยุติสงครามโดยการกำจัดทั้งกลุ่มกองทุนมิชิม่า และ จี คอเปอเรชั่น เพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมดนี้

        เป้าหมายแรกของกลุ่มกบฎ คือการบุกสถาบันวิจัยบอสโคโนวิช” เพื่อสืบหาความลับของจินที่พยายามทดลองอะไรบางอย่างอยู่ กลุ่ม Tekken Force กับกลุ่มกบฎได้ทำการต่อสู้กัน และลาส์ได้นำกลุ่มกบฎลอบจู่โจมเข้าสถาบันวิจัยสำเร็จ

        จากนั้นลาส์ได้แบ่งกองกำลังเป็นสามหน่วยและสั่งให้หน่วยอื่นๆสังเกตการณ์และคอยระวังตัวไว้ ลาส์ที่เข้าสำรวจพื้นที่ใต้ดิน ก็พยายามหาข้อมูลโดยรอบ แล้วพบกับสาวคนหนึ่งซึ่งเหมือนว่าเธอกำลังหลับอยู่ลาส์พอจะทราบข้อมูลอยู่แล้วว่า นี่คือลูกสาวของดร.บอสโคโนวิช ซึ่งอันที่จริง เธอควรจะตายไปแล้ว แต่บอสโคโนวิชได้ให้ชีวิตเธอใหม่อีกครั้งโดยดัดแปลงเธอเป็นหุ่นยนต์ไซบอร์ก และให้เธอจำศีลไว้

        ช่วงที่ลาส์กำลังสงสัยอยู่นั้นว่าจินมีแผนการอะไรกันแน่ จู่ๆหุ่นยนต์ Jack ที่ส่งมาจากทาง จี คอเปอเรชั่น ได้ทำการจู่โจมที่สถาบันวิจัยบอสโคโนวิชเช่นเดียวกัน การจู่โจมครั้งนี้ทำให้ลาส์สูญเสียเพื่อนร่วมทีมไปไม่น้อย ขณะที่ลาส์คิดว่าการต่อสู้คงจบแล้ว มี Jack ตัวหนึ่งได้ใช้คำสั่งระเบิดตัวเองขึ้นมา ทำให้ลาส์นั้นหมดสติไป

        ลาส์ตื่นขึ้นมาโดยเห็นศพกระจัดกระจายไปทั่ว พร้อมกับอาการมึนงง เขาจึงเดินไปรอบๆแล้วไปสะดุดกับเครื่องโคลด์สลีปของอาลิซ่าเข้า จนทำให้อาลิซ่านั้นตื่นขึ้นมาจากการจำศีล อาลิซ่าเมื่อเห็นลาส์ จึงถามว่าลาส์เป็นใคร แต่ลาส์ก็ไม่สามารถตอบได้ว่าตนเองเป็นใคร หรือมาทำอะไรที่นี่ เพราะผลจากการระเบิดของ Jack ตะกี้ ทำให้ลาส์นั้น “สูญเสียความทรงจำ”ไป อาลิซ่าจึงแนะนำตนเองไปก่อนว่าเธอชื่อ “อาลิซ่า บอสโคโนวิช”

        ขณะที่ลาส์พยายามนึกความทรงจำของตนเองอยู่ จู่ๆ หุ่น Jack อีกตัวก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมจะจัดการกับลาส์ อาลิซ่าได้ช่วยลาส์เอาไว้โดยใช้ความสามารถไซบอร์กของเธอสู้กับ Jack ลาส์ที่เห็นอาลิซ่าสู้กับ Jack จึงตกใจและสงสัยว่าเธอเป็นใครกันแน่ … แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาตอบ เพราะสถาบันวิจัยนี้กำลังจะถล่ม ลาส์กับอาลิซ่าจึงตัดสินใจรีบหนีออกจากสถาบันแห่งนี้  แล้วเริ่มออกเดินทางตามหาความจริงและความทรงจำของลาส์กลับคืนมาอีกครั้ง

        ในขณะที่ลาส์หนีไปพร้อมกับอาลิซ่า … เวลาต่อมาไม่นาน … จินและบอดี้การ์ดทั้งสอง นำโดย นิน่า วิลเลี่ยมส์ และ เอ๊ดดี้ กอร์โด ได้เข้ามาตรวจสอบสถาบันวิจัยบอสโคโนวิช ที่พึ่งโดนลาส์และ จี คอรเปอเรชั่นถล่มไป เมื่อสืบข้อมูลทั้งสองคนก็พบว่าการทดลองในชั้นใต้ดิน อยู่ในระดับ “ลับสุดยอด” ซึ่งผู้ดูแลหน่วยงานนี้ ขึ้นตรงกับ จิน เพียงคนเดียวเท่านั้น … นิน่า ซึ่งพยายามถามจินว่ามันคืออะไร แต่จินก็ยังคงเงียบ ปล่อยให้ทั้งสองคนสงสัยต่อไป

        การเดินทางของลาส์และอาลิซ่านั้นในช่วงแรกเป็นการเดินทางเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร จนกระทั่งเธอได้พบกับ เอมิลี่ เดอ โรเชสฟอร์ด (ลิลี่) ซึ่งเธอได้มอบรถให้กับลาส์ พร้อมขอให้ลาส์จัดการ คาซามะ จิน เพื่อทวงคืนบริษัทน้ำมันของพ่อเธอให้ได้ ทำให้ลาส์เริ่มรู้เป้าหมายว่า “ถ้าอยากจะรู้ว่าตนเองเป็นใคร ก็ต้องเดินเข้าหา คาซามะ จิน สินะ”

        ในระหว่างการเดินทาง ลาส์ได้พบกับร้อยตรี “โทโก” ซึ่งเป็นหน่วยทหารกบฏในสังกัดของลาส์ ทั้งสองได้พูดคุยกันก่อนตัดสินใจว่า จะช่วยตามหาความทรงจำของลาส์ที่หายไป และจะรอให้ลาส์หายดีจนกว่าจะพร้อมที่จะเป็นผู้นำหน่วยกบฏนี้อีกครั้ง โทโกได้คืนตราสัญลักษณ์ของกลุ่มกบฎคืนให้กับลาส์ แต่ลาส์ปฏิเสธ โดยบอกว่าถ้าได้ความทรงจำตัวเองคืนเมื่อไหร่ เขาถึงจะรับสิ่งนั้นได้ โทโกตัดสินใจเก็บตรานี้ไว้แล้วให้โทรศัพท์มือถือกับลาส์ เผื่อต้องการความช่วยเหลือจากเขา ก่อนที่โทโกจะไป เขาได้บอกกับลาส์ว่า ลาส์ควรจะไปตามหา “มิชิม่า เฮฮาจิซะก่อน” เพราะก่อนหน้านั้น ลาส์ได้บอกกับโทโกไว้ว่าจะไปพบมิชิม่า เฮฮาจิ แต่ด้วยเหตุผลอะไรนั้นตัวลาส์เอง(ที่ยังไม่ได้สูญเสียความจำ)ก็ไม่ได้บอกไว้ แต่โทโกเชื่อว่าเฮฮาจิต้องมีส่วนที่จะทำให้ลาส์ได้ความทรงจำกลับคืนมาแน่นอน 

        ลาส์ไปพบกับเฮฮาจิที่เก็บตัวอยู่ในสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ๆเฮฮาจิหยุดพักผ่อนและซุ่มเตรียมกองกำลังลับ เพื่อที่จะทวงทุกสิ่งที่เป็นของเขาคืนมา แต่การเดินทางไปถึงเฮฮาจินั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเพราะเฮฮาจิเองก็รู้ว่าลาส์เป็นฝ่ายที่กำลังจะมาหาตน จึงได้เตรียมกองกำลังไว้ต้อนรับลาส์และอาลิซ่าไว้ ทั้งสองได้ฝ่าเข้าไปจนถึงเฮฮาจิแล้วเข้าต่อสู้กันจนลาส์ได้ความทรงจำกลับคืนมา จึงทำให้เฮฮาจิรู้ว่า ลาส์นั้นคือลูกต่างแม่ของคัตซึย่า ที่เขาไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งในภารกิจที่สแกนดิเนเวีย ลาส์ปฏิเสธที่จะร่วมมือกับเฮฮาจิในการกำจัดจิน และบอกให้เลิกความคิดที่จะเอากลุ่มกองทุนมิชิม่ากลับคืนมาซะ ก่อนที่จะตัดสินใจไม่ฆ่าและเดินจากเฮฮาจิไป

        ต่อมา … ลาส์ได้เดินทางมาที่บริษัท “ไวโอเล็ต ซิสเต็ม” เพื่อมาหาเบาะแสเกี่ยวกับกลุ่มกองทุนมิชิม่า และ จี คอร์เปอเรชั่น ซึ่งเมื่อมาถึง ไวโอเล็ต ซิสเต็มแล้ว เขาได้พบกับ ลี เชาลัน ซึ่งลีรู้อยู่แล้วว่า ลาส์นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับสายเลือดมิชิม่า แต่ลาส์ก็ไม่ได้เข้ากับฝ่ายใด (เช่นเดียวกับลี) ลีได้ยื่นข้อเสนอพิเศษให้กับลาส์ให้ทำงานร่วมกัน ซึ่งตอนแรกลาส์ได้ปฏิเสธไปเพราะไม่อยากให้ลีต้องเข้ามายุ่งกับการต่อสู้ครั้งนี้ … แต่สุดท้ายลาส์ก็ตัดสินใจที่จะร่วมมือกับลี หลังจากที่เขาและอาลิซ่าได้ช่วยจูเลียออกมาจากศูนย์วิจัยของ จี คอร์เปอเรชั่น ได้สำเร็จ … ในขณะเดียวกัน … คาซึย่า ซึ่งหลังจากรู้ข้อมูลของลาส์ในขณะที่เข้ามาจู่โจมในศูนย์วิจัย ก็สั่งให้ทหารของเขารีบกำจัดลาส์ให้เร็วที่สุด

        ลาส์ได้ติดต่อกับโทโกสำหรับแผนการขั้นต่อไป … นั่นคือ การบุกสำนักงานใหญ่ของ บริษัท จี คอร์เปอเรชั่น 

        กลุ่มกบฎด้วยการนำของทีมอัลฟ่า ลาส์บุกเข้าถึงหน้าสำนักงานใหญ่ได้สำเร็จ แต่ต่อมาไม่นาน ลาส์กับอาลิซ่ากลับถูกกลุ่มทหารของฝ่าย จี คอร์เปอเรชั่น ดักเอาไว้ โชคดีที่โทโกได้นำทหารของเขามาช่วยลาส์ได้ทันเวลา ก่อนที่จะบอกให้ลาส์ว่ารีบปิดบัญชีเรื่องนี้ซะ แล้วเขาจะสานต่อเรื่องตรงนี้เอง

        ลาส์ที่หลังจากจัดการ มิชิม่า คาซึย่า และ แอนนา วิลเลี่ยมส์ ได้ ก็กลับลงมาที่หน้าสำนักงานใหญ่ ได้พบว่าหน่วยของเขากลายเป็นศพ พร้อมกับโทโกที่กำลังจะตาย ลาส์หลังจากได้ฟังคำสั่งเสียของโทโกก่อนตายก็ตัดสินใจที่จะล้างแค้นเพื่อเขา โดยเป้าหมายต่อไปที่เขาเลือก คือ … อาคารศูนย์กลางกลุ่มกองทุนมิชิม่า ลาส์และอาลิซ่า ได้ชิงรถไฟของกลุ่มกองทุนมิชิม่าเพื่อที่จะไปอาคารศูนย์กลางให้เร็วยิ่งขึ้น แต่ระหว่างทางกลับถูกนิน่าและกองทหารมิชิม่าเข้ามาขัดขวาง โดยลาส์ได้เอาชนะกลุ่มกองทหารมิชิม่าและถีบนิน่าตกรถไฟหายไป

        เมื่อมาถึงอาคารศูนย์กลางกลุ่มกองทุนมิชิม่า ลาส์กับอาลิซ่าได้พยายามต่อสู้ผ่านอุปสรรค์กับกองกำลังมิชิม่า และนิน่าที่รอดจากตอนที่ลาส์ถีบตกรถไฟ จนในที่สุดก็ได้พบกับจิน  ทั้งสองทักทายกันด้วยบทสนทนาสั้นๆ
“นายจะทำอะไรกับโลกใบนี้กันแน่ คาซาม่า จิน”
“ชั้นก็แค่จะทำให้ทุกอย่าง กลับไปอยู่ในสิ่งที่ควรจะเป็น”
“แล้วมันถึงขั้นต้องกำจัดทุกอย่างเลยรึไง”
“มันไม่เกี่ยวกับนาย”

        จากนั้นทั้งก็สู้กันทันที แต่ไม่ทันรู้ผลแพ้ชนะ นิน่าก็ปรากฏตัวออกมาบอกกับจินว่า ถึงเวลาแล้ว จินจึงเดินออกจากการต่อสู้แล้วสั่งให้ ปลดล็อคเซฟตี้และรีบูทโปรแกรมในตัวอาลิซ่าใหม่ ดวงตาสีเขียวของอาลิซ่าได้เปลี่ยนเป็นสีแดง และเข้าจู่โจมลาส์ทันที ลาส์ที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ จึงถามจินต่อ
“นี่นายทำอะไรกับเธอ”
“นายนี่โง่จนวินาทีสุดท้ายเลยนะ…เธอ(อาลิซ่า)น่ะถูกสร้างมาเพื่อปกป้องชั้น”
“ว่าไงนะ!?”
“เธอเป็นเหมือนตาและหูให้กับชั้นอีกทีนึงในขณะที่อยู่ข้างนายยังไงล่ะ … ชั้นถึงรู้ ว่านายกำลังทำอะไรอยู่ตลอดเวลา”
“นี่นายวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วสินะ”
“ผิดแล้ว … ตอนที่ จี คอร์เปอเรชั่น มาบุกสถาบันวิจัย จนทำให้นายสูญเสียความทรงจำ มันไม่ใช่แผนของชั้นหรอก … แต่งานวิจัยชิ้นนี้ (อาลิซ่า) มันขึ้นตรงต่อชั้นแต่แรกแล้วเท่านั้นเอง”
“ลาส์ … ถ้านายกล้าพอที่จะกำจัดเธอได้ นายกับชั้นค่อยมาคุยกันต่อ”

        จินเดินจากไปพร้อมปล่อยให้ ลาส์สู้กับอาลิซ่าอย่างไม่เต็มใจ ซึ่งหลังจากที่ลาส์เอาชนะอาลิซ่าแล้วเขาได้พยายามเข้าหาเธออีกครั้งเพื่อหวังว่าเธอคงจะจำเขาได้ แต่เธอกลับโต้กลับลาส์แล้วหนีไปก่อน

        เรเว่นซึ่งสังเกตการณ์มาซักพักใหญ่ได้เข้ามาหาลาส์ที่กำลังไม่เข้าใจกับสถานการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นมาตอนนี้ เรเว่นได้บอกกับลาส์ว่าเขาคอยสังเกตุการณ์การเดินทางของลาส์และอาลิซ่าตั้งแต่แรกแล้ว และยินดีที่จะช่วยเหลือลาส์อีกแรงหนึ่งในการหยุดจิน ซึ่งลาส์ยินดีที่จะให้เรเว่นช่วยเช่นเดียวกัน … จากข้อมูลที่เรเว่นได้ เขาเห็นจินกำลังมุ่งหน้าไปที่ทะเลทรายแห่งหนึ่ง ซึ่งทั้งสองรีบรุดหน้าตามจินไปทันที


PART III: “ทุกๆอย่าง…ชั้นจะรับมันไว้เอง” – จุดประสงค์ที่แท้จริงของสงคราม
        สถานที่ที่ทั้งสองคนมาหยุดก็คือวิหารโบราณแห่งหนึ่งกลางทะเลทราย ซึ่งจากข้อมูลของเรเว่น เขาบอกว่านี่เป็นที่ที่อสูรกายที่ชื่อ “อาซาเซล” หรือ “ผู้ปรับสมดุลโลก” อาศัยอยู่ ทั้งสองคนตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปในใจกลางของวิหารเพื่อดูว่าข้างในนั้นมีอะไรกันแน่

        ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินทางเข้าไปในวิหาร คาซึย่าที่มาถึงก่อน ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งแล้วสู้กับลาส์ เมื่อทั้งสองได้เอาหมัดซัดใส่กัน คาซึย่ารู้ได้ทันทีว่าลาส์ก็เป็นสายเลือดมิชิม่าและเป็นน้องชายของเขาเช่นเดียวกัน … เมื่อสิ้นสุดการต่อสู้ คาซึย่าตัดสินใจที่จะออกจากพื้นที่นี้ไปพร้อมกับแอนนาและยกให้ลาส์จัดการต่อแทน พร้อมฝากคำพูดนึงถึงลาส์ไว้

“นี่คือชะตากรรมของครอบครัวที่ต้องต่อสู้และหักหลังกันเองมาตลอด … มันอยู่ในสายเลือดของแก … แกหนีมันไม่พ้นหรอก”

        เมื่อสิ้นคำพูด คาซึย่าก็ตัดสินใจเดินจากไป ส่วนลาส์กับเรเว่นเดินหน้าเข้าไปที่ศูนย์กลางของวิหารต่อ พวกเขาได้พบกับอาซาเซล  ซึ่งทำให้รู้ว่า… อาซาเซลนั้นกำเนิดมาจากด้านลบของมนุษย์ เช่น ความเห็นแก่ตัว ความอิจฉาริษยา หรือแม้แต่การทำสงครามต่างๆ โดยอาซาเซลตั้งใจที่จะทำให้โลกนี้กลับสู่สมดุลของมันอีกครั้งโดยการทำลายโลกใบเดิมนี้ ลาส์รู้ดังนั้นจึงคิดจะขัดขวางและกำจัดอาซาเซล ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
        การต่อสู้ดำเนินไปจนจบที่ลาส์เป็นฝ่ายชนะอาซาเซลโดยอาซาเซลได้ทิ้งประโยคพูดคุยกับลาส์ก่อนที่ร่างกายจะสลายไป

“ทำไมพวกแกถึงดิ้นรนกันนัก? นั่นคือโชคชะตาของพวกแกนะ”
“โชคชะตาของพวกเราจะถูกทำลายงั้นรึ? … เงียบไปเลยน่ะ! ชั้นไม่ยอมให้สัตว์ประหลาดอย่างแกมาตัดสินอนาคตของพวกชั้นหรอก!”
“ไม่ว่าแกจะพยายามต่อต้านซักแค่ไหน แกหลีกหนีชะตากรรมของแกไม่พ้นหรอก บทลงโทษจากบาปที่แกทำกำลังจะเริ่ม ต่อจากนี้”
        เมื่อพูดจบ อาซาเซลก็ได้สลายหายไป เรเว่นบอกกับลาส์ว่ามันน่าจะจบแล้ว … แต่ลาส์นั้นยังไม่สะสางกับธุระอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ “คาซาม่า จิน” เมื่อลาส์กำจัดอาซาเซลได้ไม่นาน วิหารก็เหมือนกำลังจะถล่มลงมาลาส์กับเรเว่นจึงต้องรีบออกจากวิหารโดยเร็วที่สุด

        เมื่อออกมาจากวิหาร ลาส์ก็ได้พบ คาซาม่า จิน ซึ่งรอลาส์อยู่นานแล้ว ซึ่งลาส์ก็ไม่รอช้า เข้าจู่โจมจินทันที

        แต่ในขณะที่หมัดของลาส์กำลังจะไปถึงจิน อาลิซ่าในดวงตาสีแดงก็ได้เข้ามาขวางและสู้กับลาส์อีกครั้ง เรเว่นที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีก็กำลังจะเข้ามาช่วย แต่ลาส์ปฏิเสธความช่วยเหลือนี้ เขาถามอาลิซ่าอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ 
“เธอจำชั้นไม่ได้จริงๆงั้นหรอ?”
“คุณคือศัตรูของชั้น … ต้องกำจัดทิ้ง”
“บ้าเอ้ย!”
        เมื่อรู้ว่าทำยังไงอาลิซ่าก็ไม่สามารถจำได้ ลาส์จึงจำเป็นที่จะต้องสู้กับอาลิซ่าอีกครั้ง

        การต่อสู้จบลงที่ลาส์เป็นฝ่ายชนะอาลิซ่าไป ดวงตาของอาลิซ่าได้กลับมาเป็นสีเขียวเหมือนเดิม อาลิซ่าบอกกับจินว่า เธอไม่ได้อยากจะสู้กับลาส์ แต่เธอถูกสร้างมาเพื่อปกป้อง คาซามะ จิน ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งนี้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็บอกกับลาส์ เวลาที่ไปผจญภัยอยู่ลาส์นั้นมันสนุกมาก อยากจะอยู่กับลาส์ให้นานกว่านี้ เพราะลาส์ทำกับเธอเหมือนเธอนั้นเป็นมนุษย์จริงๆ ทำให้เธอรู้สึกดีกับลาส์มาตลอด เธอยื่นมือมาให้ลาส์จับ แต่พอลาส์จะจับมือเธอ ก็เหมือนจะสายเกินไป ระบบของอาลิซ่าหยุดทำงาน… ซึ่งตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว…
        ขณะที่ลาส์กำลังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จินซึ่งมองเหตุการณ์มาตลอดก็เริ่มเหน็บลาส์ทันที

“จัดการได้ดีนิ”
“นายพูดมาใหม่สิ” 
“ชั้นบอกว่านายจัดการขยะไร้ค่าชิ้นนั้นได้ดีนิ”

         ลาส์ที่ได้ยินคำพูดนี้จากจิน ก็เริ่มจ้องมองจินด้วยสายที่เคียดแค้น
“อะไรล่ะ? อย่าบอกนะว่านายรักหุ่นกระป๋องตัวนั้นน่ะ”
“เธอพึ่งตายนะเว้ย เธอตายเพื่อปกป้องนายนะเว้ย!!”
“แน่ล่ะสิ… เธอถูกสร้างมาเพื่อเป็นแบบนั้น ชั้นคิดว่าเธอจะทำได้ดีกว่านั้นซะอีก”
“ชั้น…ชั้นจะฆ่านายซะ!!”

        จบบทสนทนา ทั้งสองก็ใช้หมัดเข้าต่อสู้กันทันที นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของทั้งสองคนเพื่อไขปริศนาทั้งหมดของเรื่องนี้…

        จินซึ่งแพ้การต่อสู้กับลาส์ ได้บอกเหตุผลทั้งหมดในการก่อสงครามครั้งนี้
“การจะต่อสู้กับความชั่วร้าย ให้ระวังตัวเองจะกลายเป็นความชั่วร้ายนั้นเสียเอง”  “…คงจะจริงอย่างที่เธอว่านั่นแหละ”
“นายพูดถึงอะไรกันแน่”
“มันเริ่มมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง… มันเริ่มมาจากชั้นได้ยินเสียงนั้นจากในหัว”
ซาฟิน่า?
“ใช่… เธอไม่ได้บอกเรื่องราวให้ชั้นฟังเท่าไหร่หรอก… แต่ชั้นก็พอรู้ว่าอาซาเซลนั้นถูกตื่นขึ้นมาเพราะวิญญาณของชั้นและคาซึย่า”
“นายจะบอกว่าไม่สามารถหยุดอาซาเซลไม่ให้มันกลับมาได้อย่างนั้นหรอ”
“คาซึย่ากับชั้น… คือกุญแจสำคัญของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
“แต่พลังของหมอนั่นมันแข็งพอๆกับชั้นเลยนะ”

“เมื่ออาซาเซลเรียกชั้นจากในหัว มันบอกให้ชั้นเติมเต็มโลกใบนี้ด้วยพลังแห่งด้านลบ ซึ่งนั่นทำให้มันมีร่างกายขึ้นมาได้… นั่นคือทางเดียว”
“นั่นคือสาเหตุที่นายก่อสงครามงั้นเหรอ?! นายทำแล้วคิดว่านายจะสู้กับมันได้เหรอ?!”
“ใช่น่ะสิ! ชั้นไม่มีทางเลือก… เพราะชั้นมีสายเลือดเดวิลอยู่ในตัว”
“แล้วนายคิดว่าสมควรแล้วเหรอ กับสิ่งที่นายทำลงไปทั้งหมดเนี่ย?”
“งั้นชั้นขอถามนาย… ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ศาสนา หรือแม้แต่มนุษย์ มีอะไรที่สมบูรณ์แบบบ้างล่ะ?”
“นั่นมัน…”
“จนถึงตอนนี้… ผู้คนต่างอยู่ด้วยความหวาดกลัวต่อพลัง และอยู่ภายใต้กฎระเบียบของกำปั้นเหล็ก ใครจะเป็นคนช่วยโลกที่มันบิดเบี้ยวตอนนี้ล่ะ?… ชั้นถึงอยากทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องมาทำสงครามกัน เพื่อที่ชั้นก็จะเป็นอิสระจากสายเลือดบ้าๆที่อยู่ในตัว และโลกใบนี้ก็จะปลอดภัยอีกครั้ง… แต่นั่นคือโอกาสครั้งเดียวเท่านั้น”
“แต่ว่า ชั้นกำจัดมันไปก่อนหน้านั้นแล้วนี่สิ”
“นายนี่มันไม่เข้าใจอะไรเลย…”

        หลังจากสิ้นประโยคของจิน จู่ๆวิหารก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้น อาซาเซลในร่างสีทองได้โผล่ออกมาจากด้านใต้ของทางเข้าวิหาร
“เป็นไปไม่ได้น่า… ก็ชั้นกำจัดมันไปแล้วนิ!”
“เยี่ยม… ชั้นรอเวลานี้มานานแล้ว” จิน เดินหน้าเข้าไปพร้อมจะสู้กับอาซาเซล แต่ก่อนจะเริ่มสู้ จินได้พูดกับลาส์อีกครั้ง
“ชั้นบอกนายแล้วไง… เฉพาะคนที่มีสายเลือดเดวิลเท่านั้น ถึงจะกำจัดมันได้”

“ข้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ากฎของโลกใบนี้ และตอนนี้ไม่มีใครหยุดข้าได้”
“ไม่มีใคร… ยกเว้นชั้น!”
“เจ้าโง่… แกจะทำลายตัวแกเองด้วยรู้ตัวมั้ย”

“มาจบเรื่องนี้กันเถอะ” จินพูดพร้อมกับปล่อยพลังเดวิลที่อยู่ในตัวเขาออกมา ลาส์ที่เห็นออร่าเดวิลในตัวจินก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
“นายคิดจะทำอะไรน่ะ?!”

        จินไม่ตอบลาส์ เดินหน้าเข้าสู้กับอาซาเซล อาซาเซลพยายามโต้ตอบด้วยเลเซอร์ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรจินไม่ได้ และถูกจินซัดที่หน้าอกหล่นลงเหวไปพร้อมกับอาซาเซล

        ลาส์ที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น รีบวิ่งไปดูที่เหว แต่ก็พบลำแสงพุ่งขึ้นมาจากเหวนั้น… ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนทุกอย่างจะจบลงแล้ว…

        นิน่าสังเกตการณ์มาตลอด ก็เดินมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นิน่าบอกกับลาส์ว่า เธอรู้เรื่องนี้มาตลอด จินต้องการที่จะสะสางทุกอย่างให้จบภายในครั้งนี้ครั้งเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ตัดสินไม่ได้ว่าสิ่งที่จินทำมันผิดหรือมันถูก เพราะสิ่งเธอเห็น คือ “ความเสียสละของจินที่ทำเพื่อโลก ก่อนจะนั่งเฮลิคอปเตอร์กลับศูนย์กลางกลุ่มกองทุนมิชิม่าไป


PART IV: บทส่งท้ายของศึกกำปั้นเหล็กครั้งที่ 6
        หลังจากผ่านศึกอะไรมามากมาย… ลาส์ได้พาอาลิซ่ามาที่ไวโอเล็ต ซิสเต็ม ซึ่งเขาขอร้องให้ลีช่วยเหลืออาลิซ่าให้กลับมาเป็นอย่างเดิม โดยลีรับปากว่าเขาจะดูแลเธอและซ่อมเธอให้เร็วที่สุด

        ขณะที่ลาส์ออกมาจากตึกเขาได้พบกับเรเว่น โดยลาส์ได้ขอบคุณเรเว่นสำหรับการช่วยเหลือเขาในทุกๆเรื่อง … เรเว่นได้คืนตราของกลุ่มกบฎคืนให้ลาส์ โดยเขาบอกว่าตรานี้โทโกเป็นคนนำมาฝากไว้ให้เขาก่อนจะสิ้นใจ ซึ่งก่อนจะจากกันเรเว่นได้พูดกับลาส์ว่าถึงครั้งนี้เราจะเป็นมิตรกัน แต่เจอกันครั้งหน้าเราอาจจะเป็นศัตรูกันก็ได้ จากนั้นเรเว่นก็กระโดดลอยหายตัวไป

        ขณะที่ลาส์กำลังคิดอะไรอยู่นั้น ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเป็นภารกิจใหม่ของเขา… การผจญภัยครั้งใหม่ของลาส์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง….

        ตัดมาที่เรเว่น ณ ทะเลทรายแห่งหนึ่ง เรเว่นได้รับข้อมูลว่าพบชายผู้หนึ่งสลบอยู่ โดยร่างของเขานั้นจมอยู่กลางทะเลทรายครึ่งตัว ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย แต่เมื่อเรเว่นสังเกตก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ คาซาม่า จินอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นบ่งบอกว่าการกำจัดอาซาเซลนั้น ไม่ได้ช่วยให้จินหลุดพ้นคำสาปของสายเลือดเดวิลได้….


ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับ Part 3 นี้ สำหรับผมแล้วนี่เป็นบทความที่ตั้งใจเขียนที่สุดที่เคยทำมา เพราะด้วยใจรักในเกมนี้ด้วย บวกกับความผูกพันที่มีกับเกมนี้มานาน ขอบคุณสำหรับทุกๆท่านที่ติดตามนะครับ ส่วนอนาคตจะมีบทความพิเศษอะไร สามารถติดตามได้ที่ Fightclub เท่านั้นนะครับ


---------
ขอขอบคุณ http://fightclub.in.th/story-of-tekken-part3/  สำหรับเนื้อเรื่องเกมด้วยนะครับ Very Happy
avatar
Nopphumz
Admin

จำนวนข้อความ : 95
Join date : 28/04/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว http://community.forumth.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ